เนื้อหอมมาก ดร.เดวิด ออร่าแรงชัดกว่าพระเอกฮอต

วันที่ 19 ม.ค. 63  17:51 น.
เนื้อหอมมาก ดร.เดวิด ออร่าแรงชัดกว่าพระเอกฮอต
เจอแล้วหล่อจริง จัดว่าหล่อเด็ด เนื้อหอมอย่างแรงๆ ผลงานแน่น ชีวิตน่าสนใจสุดๆ เสียดายไม่ได้ไปเป็นพระเอก ดร.เดวิด มกรพงศ์ ผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ ผู้พิชิตนวัตกรรมระดับโลก Dr. David Makarapong : Transform Innovation to reality

ดร.เดวิด บอกดังๆ เลยว่า “ทุกวันนี้ เราเลือกทำอะไร เพื่อขับเคลื่อนให้ชีวิตเรามีคุณค่า และมีความหมายต่อผู้อื่นบ้าง” คือนิยามในการขับเคลื่อนชีวิตทั้งด้านการงานและการใช้ชีวิต ของดร.เดวิด มกรพงศ์ ดร.เดวิด มกรพศ์ ประธานเจ้าหน้าที่นวัตกรรม บริษัทอาร์แอนด์ดี รีเสริช์ อินโนเวชั่น แอนด์ ซัพพลาย จำกัด เจ้าของรางวัลสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมระดับนานาชาติ 16 รางวัล ระดับชาติ 5 รางวัล กวาดมาเยอะมากๆ สุดยอดตัวจริง!!!
 
ดร. เดวิด หนุ่มแน่นสุดหล่อใส วัย 34 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 ด้านธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รางวัลนิสิตดีเด่นจุฬาลงกรณ์ สาขาสร้างชื่อเสียงให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทำคุณความดีช่วยเหลือสังคม พ.ศ. 2560 ตลอดจนได้รับรางวัล 50 ศิษย์เก่าดีเด่น 50 ปี วันพระราชทานนาม 131 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมานี้อีกเช่นกัน ไม่ธรรมดาจริงๆ เรียกว่าเป็นหนุ่มรุ่นใหม่ครบพร้อมด้วยหน้าตา และความสามารถของแท้!!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by ihothit (@ihothit) on

 

 
ดร.เดวิด มกรพงศ์ ไฟแรงจริง ได้เริ่มทำงานตั้งแต่ สมัยเรียนปริญญาตรี และเลือกที่จะไม่รับเงินเดือน เพื่อต้องการได้เรียนรู้หลักการณ์ในการบริหารงานจากธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม เพราะคงเป็นการยากที่ เด็กที่ยังไม่จบปริญญาตรีจะได้รับเลือกเข้าไปทำงาน ประสบการณ์ที่ได้รับนั้น คุ้มค่ายิ่งกว่าเงินเดือน เพราะทำให้เราเกิดวิสัยทัศน์และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
 
อย่างไรก็ตาม ทุกเส้นทางไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ สมัยนั้น พอผมได้เริ่มต้นธุรกิจของตนเอง กว่าครึ่งไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถึงกระนั้นเราก็ต้องกล้าตัดสินใจ ที่จะถอยจากธุรกิจนั้นด้วยตนเองด้วย ล้มลุกคลุกคลาน เก็บประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ จนสร้างธุรกิจที่นำเสนอเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมแปรรูปนม และน้ำผลไม้ครบวงจร และได้ลูกค้าเป็นผู้ผลิตและแปรรูปนมใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
 
โดยปกติแล้วนั้น มีเพียงบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ 3 บริษัทเท่านั้น ที่เป็นผู้นำในตลาดไทย ถามว่า ทำไมถึงกล้าลงในตลาดนี้ ทำไมกล้าสู้กับยักษ์ เพราะผมเข้าใจ คนไทยด้วยกันเอง และสามารถนำเสนอคุณค่าในมุมผู้บริการจากบริษัทไทย ได้ดียิ่งขึ้น จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้น ของการนำเสนอคุณค่า ที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ตัวเงินหรือผลกำไร แต่ยังคำนึงถึงห่วงโซ่อุปทานที่เราอยู่อีกด้วย

จากการเป็นเจ้าของ และนำเสนอบริการเทคโนโลยีปลอดเชื้อแบบครบวงจร เมื่อดำเนินธุรกิจไปได้ระยะหนึ่ง ผมก็เกิดแรงบันดาลใจ ที่อยากพัฒนาน้ำนมโคในประเทศไทย ให้มีคุณค่าใกล้เคียงกับน้ำนมสดใหม่ เพื่อส่งสอบคุณค่านี้ไปยังผู้บริโภค จนรังสรรค์นวัตกรรมยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ในน้ำนมดิบ ด้วยแสงคลื่นสั้นเพื่อเพิ่มคุณภาพให้กับน้ำนมดิบสำหรับฟาร์มโคนมขนาดเล็กและขนาดกลาง (นวัตกรรม PASS+) ที่เป็นนวัตกรมที่มีความใหม่ในระดับอุตสาหกรรม ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับโลกจากเวที iENA 2018 เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และ เวที่ Geneva 2019 นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์ 
 
ตลอดจนได้รางวัลเหรียญทอง และรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ในวันนักประดิษฐ์ไทย 2562 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแค่สร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรม แต่ยังคำนึงถึงต้นทุนที่รับได้ของเกษตรกร กล่าวคือ เป็นนวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อวัตถุดิบมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น
 
ดร.เดวิด เน้นการเติบโตแบบการสร้างคุณค่า ไปพร้อมๆ กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนานมแรกเกิดจากโคนม หรือเรียกว่า Bovine colostrum ให้เป็น colostrum ทีมีอัตลักษณ์และคุณลักษณพิเศษ ที่สามารถนำไปใช้ในอุตสากรรมการแพทย์ และอุตสาหกรรมสกินแคร์ได้ ผลลัพธ์จากการพยายามร่วมกันนี้ ได้สร้างอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นในประเทศไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับโลก ที่เจนีวาและเกาหลีใต้   
 
ผลลัพธ์อันย่ิงใหญ่นี้ ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊กหรือโชคช่วย แต่เกิดจากความพยามนี้ ทำให้ ดร.เดวิด มกรพงศ์ ได้สร้างธุรกิจการพัฒนาสารสำคัญจากผลผลิตทางเกษตรในประเทศ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ร่วมกับเกษตรกรไทยอีกด้วย ตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม การสะสมประสบการณ์ และการที่จะกล้าเปลี่ยนแปลงตนเอง ให้เริ่มคิดที่จะทำธุรกิจนวัตกรรม โดยเน้นจากการสร้างคุณค่าร่วมกัน และเติบโตไปพร้อมกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by ihothit (@ihothit) on

 

 
 
เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ